วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

"ชนชั้นปรสิต" พลิกประวัติศาสตร์ คว้า 4 รางวัลใหญ่ออสการ์


"And the Oscar goes to... Parasite"

เวลา 2 ทุ่ม 26 นาที ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ตามเวลาท้องถิ่นของลอสแอนเจลิส นับเป็นนาทีประวัติศาสตร์ของรางวัลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง "ออสการ์" อีกครั้งหนึ่ง...

"Parasite" หรือชื่อไทยคือ "ชนชั้นปรสิต" คว้ารางวัลใหญ่ที่สุดของงานในคืนนั้น กับ "รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)"

นับเป็นประวัติศาสตร์ในงานประกาศรางวัลออสการ์ ที่ภาพยนตร์จากเอเชีย คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็นเรื่องแรก และยังเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเรื่องแรก ที่คว้ารางวัลใหญ่นี้ไปครอง

ไม่ใช่เพียงแค่นี้ Parasite ยังคว้ารางวัลอีก 3 รางวัล อย่าง ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และ ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

พง จุน-โฮ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เคยกล่าวไว้ในตอนรับรางวัลลูกโลกทองคำว่า "ถ้าผู้ชมหนังก้าวข้ามกำแพงที่สูงกว่าหนึ่งนิ้ว หรือที่เรียกว่าคำบรรยาย (Subtitle) ก็จะค้นพบภาพยนตร์ที่ดี และยอดเยี่ยมอีกมากมาย"


สำหรับ "Parasite" นำแสดงโดย  ชง คัง-โฮ, จัง ฮเย-จิน, ชเว อู-ชิก, พัก โซ-ดัม, อี ซอน-กยุน, พัก ซอ-จุน และอีกมากมาย เข้าฉายในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 เข้าฉายในไทยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 โดยมงคลภาพยนตร์ เสียงพากย์ไทยโดยพันธมิตร รายได้ทั่วโลกรวมกว่า 165.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูลจาก Box Office Mojo) หรือประมาณกว่า 5,200 ล้านบาท

ข้อมูล: ABC News, Thai PBS

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ย้อนทีวี #2: ช่อง 3 48 ปี มอบอะไรให้ "คุ้มค่าทุกนาที" บ้าง?

นับเป็นเวลา 48 ปีที่จะใกล้ครบ 5 ทศวรรษแล้ว สำหรับสถานีโทรทัศน์สีแห่งที่ 2 ของไทย ในชื่อ "สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3" ซึ่งประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสถานีวิกพระราม 4 มีความเป็นมาอย่างยาวนานมาก คอลัมน์ย้อนทีวีวันนี้จะพาผู้อ่านไปดูสิว่าช่อง 3 แห่งนี้ มีที่มาอย่างไรและเคยฉายรายการอะไรแล้วบ้าง?

จุดเริ่มต้นของสถานีแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากนายวิชัย มาลีนนท์ ได้ก่อตั้งบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2510 เพื่อร่วมลงนามในสัญญาดำเนินการส่งสัญญาณโทรทัศน์ กับทางบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2511

จนกระทั่งวันที่ 26 มีนาคม 2513 ท่านนายกรัฐมนตรี จอมพลถนอม กิตติขจร ได้กระทำเปิดสถานีนี้ขึ้น เมื่อเวลา 10.00 น.

เหตุการณ์สำคัญของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3


วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2561

ย้อนทีวี #1: 6 ทศวรรษ ททบ.HD1

ขอต้อนรับสู่คอลัมน์ "ย้อนทีวี"

ทำไมต้องเป็นชื่อนี้

ย้อนทีวี เป็นการย้อนอดีตไปยังวงการโทรทัศน์ในอดีตที่น่าสนใจ และแกะเรื่องราวต่างๆ มากขึ้น ในวาระต่างๆ ซึ่งคอลัมน์นี้จะมีทั้งสิ้น 24 ตอน และอาจจะมีภาคพิเศษ ที่พูดถึงข่าวใหญ่ของวงการทีวี รวมไปถึงรายการทีวีที่อยู๋ในความทรงจำอีกด้วย

และสถานีทีวีที่จะประเดิมคอลัมน์ "ย้อนทีวี" ในเอพิโซดแรกนี้ ก็คือ....

"60 ปี สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5"

ย้อนกลับไปเมื่อราวปี 2495 ช่วงที่รัฐบาลกำลังจะจัดตั้งบริษัท ไทยโทรทัศน์จำกัด อยู่ในขณะนั้น กระทรวงกลาโหมก็ได้ออกข้อบังคับ ว่าด้วยการมอบหมายงานแก่เจ้าหน้าที่กองทัพบก โดยกำหนดให้กรมการทหารสื่อสาร จัดตั้ง "แผนกกิจการวิทยุโทรทัศน์" ขึ้นตรงต่อกองการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ต่อมาในปี 2497 มีการกำหนดอัตรากำลังพลประจำแผนกโทรทัศน์ ในอัตราเฉพาะกิจ สังกัดกรมการทหารสื่อสาร จำนวน 52 นาย เพื่อปฏิบัติงาน ออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ผลิตและถ่ายทอดรายการโทรทัศน์

25 กุมภาพันธ์ 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ลงนามในคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ 107 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ประกอบด้วย พลเอกไสว ไสวแสนยากร เป็นประธานกรรมการ พันเอก (พิเศษ) การุณ เก่งระดมยิง เป็นเลขานุการ มีหน้าที่จัดทำโครงการจัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พร้อมทั้งวางแผนการอำนวยการ และควบคุมการดำเนินกิจการวิทยุโทรทัศน์ รวมถึงมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติงานให้ได้ผลตามที่ราชการทหารมุ่งหมาย ต่อมาในวันที่ 24 มิถุนายน ปีเดียวกัน ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารที่ทำการสถานีโทรทัศน์ในบริเวณกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร โดยทำสัญญายืมเงินกับกองทัพบก เพื่อเป็นทุนในการก่อสร้าง และจัดหาอุปกรณ์ จำนวน 10,101,212 บาท

จุดประสงค์ของการจัดตั้งสถานีในยุคแรก ได้มีความมุ่งหมายอยู่ 3 ประการ อันได้แก่ 1. เพื่อประโยชน์ในการฝึกศึกษาของเจ้าหน้าที่ทหารให้มีความรู้ความชำนาญ และสามารถติดตามความก้าวหน้าของวิทยาการด้านวิทยุโทรทัศน์ได้ 2. เพื่อบริการความรู้ความบันเทิงให้แก่ทหารและประชาชน และ 3. เพื่อเป็นสื่อสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างกิจการทหารของชาติกับประชาชน

วันที่ 25 มกราคม 2501 หรือวันนี้ เมื่อ 60 ปีก่อน ซึ่งตรงกับวันกองทัพไทยในขณะนั้น ได้เริ่มการออกอากาศสถานีอย่างเป็นทางการ จากอาคารสวนอัมพร ในชื่อว่า "สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7" โดยใช้ระบบ F.C.C (Federal Communication Committee) ภาพ 525 เส้น ขาวดำ ส่งสัญญาณทางช่องสัญญาณที่ 7 ด้วยเครื่องส่ง 5 กิโลวัตต์ และทวีกำลังเพิ่มขึ้นอีก 12 เท่า บนสายอากาศสูง 300 ฟุต รวมกำลังส่งออกอากาศทั้งสิ้น 60 กิโลวัตต์ ถือเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งที่สองของประเทศไทย และเป็นสถานีโทรทัศน์ย่าน VHF ความถี่สูง (ฺBand III) แห่งแรกของไทยอีกด้วย

ภายหลังจากอาคารที่ทำการสร้างแล้วเสร็จ จึงได้เริ่มออกอากาศเป็นประจำทุกวันพุธ ต่อมาเพิ่มวันออกอากาศในวันจันทร์ และวันศุกร์ รวม 3 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งยุคแรกนั้นจะเป็นรายการภาพยนตร์ต่างประเทศและสารคดีเป็นส่วนใหญ่

ปี 2506 สถานีได้ริเริ่มการจัดตั้งสถานีทวนสัญญาณด้วยระบบทรานสเลเตอร์ถ่ายทอดสัญญาณ ที่เขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เพื่อถ่ายทอดรายการ "การฝึกธนะรัชต์" ให้ประชาชนได้รับชมการฝึกทหารในยามปกติ และปีเดียวกันนี้ก็ได้ริเริ่มรายการในภาคกลางวันด้วย

วันที่ 31 สิงหาคม 2508 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ ทอดพระเนตรกิจการของสถานี และปีเดียวกันนี้ยังได้จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงความถี่ 94 เมกะเฮิร์ตซ์ เพื่อถ่ายทอดเสียงภาษาอังกฤษจากฟิล์มภาพยนตร์ที่ออกอากาศทาง ททบ. และในปี 2515 เริ่มจัดตั้งสถานีถ่ายทอดสัญญาณไปส่วนภูมิภาคเป็นครั้งแรกด้วยระบบไมโครเวฟ ที่จังหวัดนครสวรรค์ และนครราชสีมา

วันที่ 3 ตุลาคม 2517 ได้มีการย้ายความถี่ของสถานี จากช่อง 7 ไปยังช่อง 5 พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น "สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5" โดยวันที่ 3 ธันวาคม ปีเดียวกัน ททบ. เริ่มออกอากาศด้วยภาพสีในระบบ PAL (Phase Alternation Line) เป็นครั้งแรกด้วยการถ่ายทอดสด พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต

ปี 2521 ททบ. ได้ร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เช่าช่องสัญญาณในดาวเทียมปาลาปา ของอินโดนีเซีย เพื่อส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไปยังสถานีถ่ายทอดสัญญาณในส่วนภูมิภาค รวมถึงการจัดตั้งห้องส่งส่วนภูมิภาคที่ จ.เชียงใหม่, อุบลราชธานี และสงขลา

ในปี 2539 ททบ. นับเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ติดกล้องบนเฮลิคอปเตอร์ รวมไปถึงรถถ่ายทอดสัญญาณนอกสถานที่ หรือ D-SNG เพื่อใช้สำหรับการรายงานข่าวและถ่ายทอดสดนอกสถานที่ และยังเป็นสถานีแรกที่ใช้ระบบควบคุมการออกอากาศแบบดิจิทัล (ถ้าสังเกตการแสดงอัตลักษณ์สถานีมุมจอในช่วงปีนั้น จะมีคำว่า DIGITAL อยู่ด้านล่างของตรา)

ในปี 2540 วิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ได้ส่งผลให้ ททบ. ต้องปรับโครงสร้างใหม่ จากนั้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2541 จึงได้ก่อตั้ง TGN หรือ Thai TV Global Network ออกอากาศใน 170 กว่าประเทศทั่วโลก ให้คนไทยในต่างประเทศได้รับชมรายการของไทยได้อย่างทั่วถึง


วันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2561

"เมษา BNK48" ถูกพักงาน 1 เดือน

ทำแฟนคลับต้องอึ้ง เมื่อมีการประกาศสำคัญจากคณะกรรมการตัดสิน BNK48 (บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต) ตัดสินให้ เมษา จีนะวิจารณะ หนึ่งในสมาชิกฝึกหัด หรือ เค็งคิวเซย์ ถูกพักงานเป็นเวลา 1 เดือน มีผลตั้งแต่วันนี้ (15 ม.ค.)

ล่าสุด ทางการของ BNK48 ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการเรื่อง "มติตัดสินต่อ เมษา BNK48" โดยมีรายละเอียดดังนี้



ที่มาของภาพ: Facebook BNK48


"จากเหตุการณ์ของเมษาที่ได้มีการพูดถึงอยู่ในโซเชียล ณ ขณะนี้ ทางคณะกรรมการได้มีการประชุม และได้มีมติตัดสินให้เมษาพักงานและกิจกรรมทั้งหมดของ BNK48 เป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป"


ทั้งนี้ เมษา จีนะวิจารณะ จะไม่ปรากฏให้เห็นในกิจกรรมต่างๆ ของ BNK48 จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561

ที่มา: Facebook:BNK48

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ช่อง 7 สี เตรียมทยอยปิดทีวีแอนะล็อก 3 ระยะ เริ่ม 1 สิงหานี้เป็นต้นไป

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าตอนนี้ ทีวีดิจิทัลกำลังเริ่มได้รับความนิยม จนกระทั่งทีวีแอนะล็อกก็ทยอยปิดตัวลงไปตามลำดับ โดยเริ่มจากช่องไทยพีบีเอสเป็นเจ้าแรกที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ปิดไปอีก 12 จังหวัด คราวนี้ เป็นคิวของช่องมากสีอย่างช่อง 7 ที่เตรียมปิดแอนะล็อกตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้แล้ว

เรื่องนี้ ทางนายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.) ได้อนุมัติแผนการยุติการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อกของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ยุติภายในวันที่ 1 ส.ค. 2560 ได้แก่ สถานีชุมพร สงขลา สุโขทัย และพังงา รวม 4 สถานี

ระยะที่ 2 ยุติภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 พร้อมกับช่อง 11 ที่ยุติทั่วประเทศ ได้แก่ สถานีปาย แม่สะเรียง ลำปาง กาญจนบุรี ยะลา ตราด นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ระนอง แพร่ สตูล และบุรีรัมย์ รวม 12 สถานี

ระยะที่ 3 ยุติภายในวันที่ 16 มิ.ย.2561 เป็นการยุติพร้อมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยเป็นการปิดในสถานีส่งสัญญาณที่เหลือคือ สถานีหัวหิน เมืองพัทยา  สกลนคร อุบลราชธานี เชียงราย มุกดาหาร ตาก ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เลย ระยอง ขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา มหาสารคาม หนองคาย สระแก้ว ตรัง และกรุงเทพมหานคร รวม 19 สถานี

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เริ่มแพร่ภาพเป็นครั้งแรก ในการประกวดนางสาวไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2510 จากนั้นจึงออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบ โดยปัจจุบัน ออกอากาศทางทีวีดิจิทัลที่หมายเลข 35 โดยใช้ MUX 2 ของ ททบ ณ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีเรตติ้งทั่วประเทศอยู่ที่ 2.692 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่ 2.420

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, ประชาสังเคราะห์, ยามเฝ้าจอ, Nelsen

วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

"ฉลาดเกมส์โกง" เปิดสนามสอบพร้อมกันทั่วประเทศ คืนนี้ 2 ทุ่ม

ภาพยนตร์ไทยที่กำลังพูดถึงในตอนนี้ "ฉลาดเกมส์โกง" (Bad Genius) ภาพยนตร์ที่ บาส-นัฐวุฒิ เข้ามากำกับอีกครั้ง หลังจากหายไปนานเกือบ 5 ปี นำแสดงโดย เจมส์-ธีรดนย์, นน-ชานน, ออกแบบ-ชุติมณฑน์ และ อุ้ม-อิษยา ซึ่งคืนนี้แล้ว ที่หนังเรื่องนี้จะเข้าฉาย ตั้งแต่ 20:00 น. เป็นต้นไป โดยโรงหนังที่จะเข้าฉายตอนสองทุ่มตรง มีดังนี้

  • เครือเมเจอร์
    1. พารากอน ซินีเ้พล็กซ์ - โรง 13
    1. ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต - โรง 4
    2. เซ็นทรัลพระราม 3 - โรง 8
    3. สามเสน - โรง 5
    4. สุขุมวิท - โรง 7
    5. รัชโยธิน - โรง 6
    6. พรอมานาด - โรง 7
    7. อีสต์วิลล์ - โรง 7
    8. อีจีวี ลาดพร้าว - โรง 7
    9. ซีคอน - โรง 11
    10. เซ็นทรัลบางนา - โรง 8
    11. โลตัส บางกะปิ - โรง 1
    12. พาราไดซ์ โรง 5
    13. รามคำแหง - โรง 2
    14. โรบินสัน สมุทรปราการ - โรง 4
    15. เมกา บางนา - โรง 13
    16. เอสพานาด - โรง 6
    17. โลตัส ศรีนครินทร์ - โรง 1
    18. ปิ่นเกล้า - โรง 13
    19. บางใหญ่ - โรง 7
    20. นนทบุรี - โรง 7
    21. อ้อมใหญ่ - โรง 2
    22. เพชรเกษม - โรง 1
    23. ศาลายา - โรง 4
    24. แจ้งวัฒนะ - โรง 1
    25. สุขสวัสดิ์ - โรง 3
    26. บางแค - โรง 10
    27. เวสต์เกต - โรง 11
    28. เอสพานาด (งามวงศ์วาน) - โรง 5
    29. รังสิต - โรง 9
    30. ธัญบุรี - โรง 1
    31. โลตัส นวนคร - โรง 1
    32. มหาชัย - โรง 3
    33. สุขอนันต์ปาร์ก (สระบุรี) - โรง 3
    34. กำแพงเพชร - โรง 1
    35. สระบุรี - โรง 5
    36. ลพบุรี - โรง 5
    37. โลตัส สุพรรณบุรี - โรง 4
    38. วี-สแควร์ (นครสวรรค์) - โรง 2
    39. พิษณุโลก - โรง 1
    40. บิ๊กซี อยุธยา - โรง 3
    41. เพชรบูรณ์ - โรง 3
    42. พะเยา - โรง 3
    43. เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ - โรง 4
    44. เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต - โรง 2
    45. ลำปาง - โรง 2
    46. จำปา ลำพูน - โรง 2
    47. หัวหิน - โรง 3
    48. บลูพอร์ต - โรง 2
    49. บ้านโป่ง - โรง 3
    50. ราชบุรี - โรง 2
    51. บิ๊กซี อุดรธานี - โรง 2
    52. นาดี อุดรธานี - โรง 1
    53. ร้อยเอ็ด - โรง 4
    54. อุบลราชธานี - โรง 6
    55. หนองบัวลำภู - โรง 4
    56. ขอนแก่น ประตูน้ำ - โรง 1
    57. บุรีรัมย์ - โรง 5
    58. โคราช ซินีเพล็กซ์ - โรง 3
    59. ขอนแก่น - โรง 2
    60. อุดรธานี - โรง 3
    61. ยิงเจริญปาร์ค (อุบลราชธานี) - โรง 1
    62. มุกดาหาร - โรง 2
    63. สกลนคร - โรง 1
    64. โลตัส สงขลา - โรง 3
    65. โลตัส นครศรีธรรมราช - โรง 1
    66. พังงา - โรง 2
    67. จะนะ - โรง 1
    68. สิชล - โรง 1
    69. สมุย - โรง 3
    70. โลตัส สุราษฎร์ธานี - โรง 1
    71. บิ๊กซี นครศรีัธรรมราช - โรง 4
  • เครือเอสเอฟ
    1. เซ็นทรัลเวิลด์ - โรง 7
    2. เอ็มบีเค - โรง 5
    3. พระราม 9 - โรง 2
    4. รัตนาธิเบศร์ - โรง 5
    5. รามอินทรา - โรง 5
    6. ลาดพร้าว - โรง 7
    7. ศาลายา - โรง 1
    8. แจ้งวัฒนะ - โรง 3
    9. เดอะ คริสตัล (รามอินทรา) - โรง 5
    10. เดอะ สแควร์ (บางใหญ่) - โรง 5
    11. เดอะ คริสตัล (ราชพฤกษ์) - โรง 4
    12. งามวงศ์วาน - โรง 1
    13. ท่าพระ - โรง 5
    14. บางกะปิ - โรง 1
    15. บางแค - โรง 1
    16. เทอร์มินัล 21 - โรง 2 และโรง 6
    17. เอ็มพริเว่ เอ็มโพเรียม - โรง 1
    18. ศรีสมาน - โรง 5
    19. พรอเมนาดา เชียงใหม่ - โรง 4
    20. ลำปาง - โรง 2
    21. เมญ่า เชียงใหม่ - โรง 4
    22. แม่สอด - โรง 3
    23. มหาสารคาม - โรง 3
    24. สุนีย์ทาวเวอร์ (อุบลราชธานี) - โรง 7
    25. ขอนแก่น -  โรง 8
    26. อุดรธานี - โรง 6
    27. บุรีรัมย์ - โรง 1
    28. สุรินทร์ - โรง 3
    29. เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช - โรง 8
    30. ฮาร์เบอร์ มอลล์ (แหลมฉบัง) - โรง 3
    31. เซ็นทรัล ชลบุรี - โรง 5
    32. เซ็นทรัลพลาซา พัทยา - โรง 4
    33. บางแสน - โรง 4
    34. ระยอง - โรง 5
    35. จันทบุรี - โรง 1
    36. สัตหีบ - โรง 1
    37. เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี - โรง 3
    38. โคลีเซียม สุราษฎร์ธานี - โรง 2
    39. นครศรีธรรมราช - โรง 1
    40. ตรัง - โรง 2
    41. ภูเก็ต - โรง 1
  • เครือธนา
    • นครปฐม
    • พิษณุโลก
  • เมเจอร์ ฮอลีวูด รามคำแหง - โรง 1
  • เซนจูรี่ (อนุสาวรีย์ชัย) - โรง 1
  • แฟรี่ (ขอนแก่น)
รวมทั้วประเทศ -  117 แห่ง (118 โรง)

(ข้อมูลดังกล่าวเป็นจำนวนโรงที่ฉายรอบแรกในวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 20:00 น. เท่านั้น ที่มา - Major Cineplex/SF/Thaiware / ShowtimesTH)

วันพุธที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2560

ครม. เพิ่มวันหยุดราชการ "28 ก.ค./13 ต.ค." ยกเลิก "5 พ.ค."

เมื่อวานนี้ (11 เมษายน) คณะรัฐมนตรี มีมติเพิ่มวันหยุดราชการ 2 วัน คือ วันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และวันที่ 13 ตุลาคม เป้นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคลนั้น ให้ยกเลิก โดยให้มีผลทันที ส่วนวันที่ 5 ธันวาคม ยังคงหยุดตามปกติ

อนึ่ง วันฉัตรมงคลที่เป็นวันหยุดราชการนั้น เริ่มมีครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 โดยมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2500 ซึ่งวันฉัตรมงคล คือวันที่ประกอบพิธีบรมราชาภิเษก โดยในแต่รัชกาลจะมีวันที่แตกต่างกันออกไป

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

1 เมษายน ชวนร่วมทำบุญสายสกุลโชติพันธุ์ ประจำปี 2560

ขอเชิญญาติสายสกุลโชติพันธุ์ทุกสาย ร่วมทำบุญประจำปี ในวันเสาร์ที่ 1 เมษายน 2560 ณ วัดสำโรง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้ที่มาร่วมงาน จะได้รับหนังสือสายสกุลโชติพันธุ์ ฉบับปรับปรุงโดยทนายขวัญชัย โชติพันธุ์ ที่จัดทำรายชื่อลำดับสายสกุลของชาวโชติพันธุ์ ตามแนวทางที่คุณพ่อทวี โชติพันธุ์ ได้รวบรวมไว้ เพื่อเป็นต้นแบบให้ญาติๆ ได้ช่วยกันต่อเติมรายชื่อญาติพี่น้องที่รู้จักเพื่อความถูกต้อง และเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับลูกรุ่นหลานๆ มีจำนวนจำกัด