วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

"ความรู้ไทย ๆ ที่หายไป" บทความพิเศษในโอกาสครบรอบ 14 ปี PSK

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารล้นทะลักเพียงปลายนิ้วสัมผัส หลายคนอาจเชื่อว่า "อินเทอร์เน็ต" คือห้องสมุดที่ไม่มีวันตาย ทว่าในความเป็นจริง ข้อมูลทางวิชาการและมรดกทางวัฒนธรรมของไทยกำลังเผชิญกับภาวะ "สุญญากาศทางความรู้" อย่างเงียบเชียบและน่ากังวล

แต่หากพูดถึงการ "สูญเสียความรู้" นั้น ในต่างประเทศเกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเผาหอสมุดอเล็กซานเดรียในสมัยโบราณ จนมาถึงยุคปัจจุบัน มีการเกิดเพลิงไหม้หอสมุดกลางนครลอสแอนเจอลิส เมื่อปี 1986 หนังสือ 4 แสนเล่มถูกทำลาย รวมไปถึงหอสมุดในสหภาพโซเวียตในปี 1988 สร้างความเสียหายต่อเอกสารวิจัยมากมาย แม้กระทั่งในประเทศไทยเอง ก็เกิดการลอบวางเพลิงหอสมุด โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2553 ที่ทำลายหนังสือมากมาย มูลค่าความเสียหายประมาณไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

การทำลายหนังสือเหล่านี้ ถือเป็นการสูญเสียความรู้ที่คนรุ่นหลังจะได้รับโอกาสในการศึกษา ค้นคว้า หรือหาความบันเทิงจากสิ่งต่าง ๆ ที่แต่ละคนสนใจ แต่ในโลกอินเทอร์เน็ต เราจะต้องเศร้าเมื่อเว็บไซต์ความรู้ดี ๆ หายไป

อย่างเช่น "คลังปัญญาไทย" ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2549 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างแหล่งรวบรวมความรู้ภาษาไทยขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ตในรูปแบบสารานุกรมออนไลน์ โดยแบ่งสองส่วนคือ "คลังสะสมองค์ความรู้" รวมบทความวิชาการ และตำราที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ และ "สารานุกรมต่อยอด" ซึ่งเปิดให้เปล่า ให้ผู้ที่สนใจได้ต่อยอดความรู้เอง แต่ด้วยการขาดงบประมาณ ทำให้คลังปัญญาไทยปิดตัวลงไปในที่สุด

หรือแม้แต่ "หอมรดกไทย" เว็บไซต์ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี 2542 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่เรื่องราวของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเรื่องราวต่าง ๆ ของประเทศไทยของเราในหลากหลายแขนงด้วยกัน และถือเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของไทยเป็นอย่างดี

แต่ล่าสุดเมื่อต้นปี 2569 ที่่ผ่านมา "หอมรดกไทย" ไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป เว็บลิงก์ดังกล่าวได้กลายเป็นเว็บไซต์ดูซีรีส์จีนเป็นที่เรียบร้อย หากใครที่เคยเข้ามาในเว็บหอมรดกไทยและได้บุ๊กมาร์กเก็บไว้ กลับต้องเสียดายเพราะการปิดตัวเว็บไซต์ และการยึดครองโดเมนเก่าไปทำอย่างอื่น

จึงขอฝากให้ผู้ที่เคยร่วมงานกับหอมรดกไทย หรือทางกระทรวงกลาโหมเอง ในเมื่อไม่มีเว็บหอมรดกไทยอีกแล้ว และกลายเป็นเว็บดูซีรีส์ผิดลิขสิทธิ์ในโดเมนเดิม น่าจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าตกใจนี้ และความรู้ของไทยควรไม่มีวันหาย

แม้ยุคนี้ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะรวดเร็วมากขึ้น แต่เมื่อเว็บไซต์เหล่านี้ยุติบทบาทลง ข้อมูลเชิงลึกที่เคยเป็นอ้างอิงสำคัญให้กับนักเรียน นักศึกษา และนักวิจัย กลับสูญหายไปจากสารบบการค้นหา (Search Engine) ทิ้งไว้เพียง "หน้าเว็บที่เข้าไม่ได้" หรือเปลี่ยนเป็น "เว็บไซต์เพื่อจุดประสงค์อื่นที่มิใช่แนวทางเดิม" และการส่งต่อข้อมูลแบบกระท่อนกระแท่นตามเว็บบอร์ดที่ขาดการบำรุงรักษา

ในขณะที่แหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ลดน้อยลง เรากลับถูกแทนที่ด้วยระบบ Algorithmic Content และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ ปัญหาที่พบเห็นได้ชัดในปัจจุบัน มีทั้งข้อมูลบิดเบือนเพื่อยอดเข้าชม หรือคลิกเบต หรือแม้แต่การขาดการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

การสูญเสียหนังสือและเว็บไซต์ที่สร้างโดยคนไทย และความรู้แบบไทย ๆ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้าสมัย แต่คือการสูญเสีย "สมอทางปัญญา" ของชาติ ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมมือกันในการทำ Digital Archiving หรือการจัดเก็บข้อมูลมรดกทางปัญญาของคนไทยให้อยู่ในรูปแบบที่ยั่งยืน เข้าถึงง่าย และทันสมัย

เราไม่ควรปล่อยให้ความรู้ไทยกลายเป็นเพียง "เศษเสี้ยวข้อมูล" ที่ถูกบิดเบือนโดยปัญญาประดิษฐ์หรือความไม่รู้ เพราะหากรากฐานทางความรู้สั่นคลอน อนาคตของปัญญาในชาติย่อมตั้งอยู่บนความเสี่ยงเช่นกัน

PSK ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความรู้ของคนไทยที่ยังคงยืนหยัดมาตลอด 14 ปี และในปีที่ 15 ต่อไป

(หมายเหตุ: เผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลของ PSK เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 เวลา 17:25 น.) 

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

[บทวิเคราะห์] BNK48 รุ่นที่ 3 กับเพลงจบการศึกษา "Celebration" เพลงสนุกสนานกับความทรงจำที่ยากจะลืมได้ลง

BNK48 ปล่อยเพลงจบการศึกษาของรุ่น 3 "Celebration" ส่งท้าย 8 สมาชิกที่จบการศึกษา ได้ "MAYOJAMES" ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ เพลงที่ซ่อนความทรงจำไว้ในบทเพลงแห่งการเฉลิมฉลองที่ยากจะลืมเลือน

 

งานเลี้ยงย่อมเลิกรา วัฎจักรของวงการไอดอลย่อมเช่นกัน มีรุ่นใหม่เข้าแล้วรุ่นเก่าย่อมออกไปเติบโต ล่าสุดกลุ่มศิลปินไอดอล BNK48 จากค่าย iAM ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ชื่อ "Celebration" (เซเลเบรชัน) ซึ่งเป็น "เพลงจบการศึกษา" ของสมาชิก BNK48 รุ่นที่ 3 ซึ่งปัจจุบันนี้มีด้วยกัน 13 คน ประกอบด้วย เอิร์น-วชิราพร พัฒนพานิช, เอิร์ธ-นภสรณ์ ศิริปาณี, อีฟ-อิสรีย์ ทวีกุลพาณิชย์, เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์, เกรซ-วิรัลพัชร ธำรงค์พันธวนิช, ฮูพ-ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, ข้าวฟ่าง-ญาณิศา เมืองคำ, มีน-ณัฐธันยา ดุลยพล, โมเน่ต์-ภาริตา ริเริ่มกุล, แพนเค้ก-พิทยาภรณ์ เกียรติฐิตินันท์, พีค-ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, ยาหยี-ณัฏฐธิดา อาสนานิ และ โยเกิร์ต-นพรดา เลิศวิริยะพร ซึ่งทุกคนได้เป็นเซ็นเตอร์โดยใช้ระบบ Rotation system สลับกันไปในแต่ละท่อน โดยได้เปิดตัวเพลงพร้อมมิวสิกวิดีโอไปแล้วในงาน Japan Expo Thailand 2026 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

เพลงนี้มีความพิเศษตรงที่เพลงนี้ มิใช่เพลงที่มาจากวงพี่สาว 48 Group แต่เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาใหม่ (Original song) โดยได้ MAYOJAMES (มาโยเจมส์) ที่เคยฝากผลงานจากการเป็นโปรดิวเซอร์เพลงของศิลปินชื่อดังมาแล้วมากมาย ทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ ร่วมด้วย GALCHANIE (แกลชานี่) หรือ แป้ง-ธนัญญา อินวงษ์ นักร้องสุดฮอตเจ้าของเพลงโด่งดัง "Baby Tee" ร่วมแต่งคำร้องและทำนอง รวมไปถึง FIZZIE (ฟิซซี่) หรือ ฟลุ๊ค-ปั้นศิลป์ อินปัญญา เจ้าของเพลงดังอย่าง "แป๊ปนึง" ร่วมแต่งคำร้อง ซึ่งทั้งสามก็ได้ทำงานร่วมกันมาแล้วในเพลง "ไม่รับงับป๋ม" ของพร็อกซี ที่เพิ่งปล่อยไปไม่นานนี้

"Celebration" เป็นการฉีกภาพลักษณ์เดิม ๆ ของเพลงจบการศึกษา ซึ่งปกติแล้วจะมักอยู่ในรูปแบบเพลงแนวเศร้า โดยเพลงนี้มีแนวคิดหลักคือการเฉลิมฉลองด้วยความสุขและความทรงจำร่วมกัน แทนที่จะเป็นความโศกเศร้า เพลงนี้ถูกออกแบบในแนว EDM-ดิสโก้ ชวนเต้นและเต็มไปด้วยพลังบวกอันสดใส ส่วนเนื้่อเพลงพูดถึงความทรงจำอันล้ำค่าที่ซ่อนไว้ในบทเพลง การหวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เฉลิมฉลองความทรงจำอันแสนล้ำค่า และแสดงออกถึงความสุข ความทรงจำ และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะจารึกช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดตลอด 6 ปีที่อยู่ด้วยกันมา ให้เก็บไว้ในความทรงจำที่ไม่อาจทดแทนได้

ดังนั้น "Celebration" จึงเป็นเพลงที่ "มากกว่า" เพลงจบการศึกษา เป็นเพลงที่เฉลิมฉลองมิตรภาพ ความผูกพัน และการเติบโต และจะยังจะคงอยู่ในหัวใจของสมาชิกทั้ง 13 คน และแฟนคลับทุกคนสืบไป

มิวสิกวิดีโอ "Celebration" มีให้ชมแล้วที่ยูทูบของ BNK48 และหาฟังได้ในทุกสตรีมมิง ส่วนกิจกรรมส่งท้ายของรุ่น 3 สามารถติดตามได้จาก BNK48 Official ในทุกช่องทาง


บทวิเคราะห์ของ PSK
 
สำหรับทีมงาน PSK แล้ว "Celebration" ถือเป็นเพลงที่แตกต่างจากเพลงจบการศึกษาอื่น ๆ ของ 48TH ซึ่งมาในรูปแบบดิสโก้ เพลงที่มีท่าเต้น และท่อนที่ติดหู ซึ่งถือเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนคือการที่ทุกคนเป็นเซ็นเตอร์ร่วมกัน และมีท่าเต้นที่พร้อมเพรียง

ส่วนเนื้อหาใน MV นั้น เมื่อได้ดูครั้งแรกพร้อมกับผู้คนในงาน Japan Expo Thailand บอกได้คำเดียวว่า "ยากจะลืมเลือน" เพราะ 1. MV เล่าถึงการเฉลิมฉลอง และปาร์ตี้ยามค่ำคืน สลับกับภาพความทรงจำที่อยู่ร่วมกัน เปรียบเสมือน "สมุดบันทึกความทรงจำ" หรือ Friendship book ที่ปรากฏในช่วงต้น-ท้ายเรื่อง อันมีภาพวาดปกเป็นรูปฝูงกระต่ายเข้าปราสาท และกระต่าย 8 ตัว ออกไปข้างนอกท่ามกลางดอกซากุระกำลังร่วงโรย และ 2. การจากลายังคงมีให้เห็น โดยที่เพลงก่อนอย่าง "Jiwaru Days" ของ BNK48 รุ่นที่ 1 เปรียบเหมือนการถ่ายรูปร่วมกัน โดยอิงจากรูปแรกเมื่อปี 2560 แต่มีที่ว่างไว้สำหรับอดีตเมมเบอร์ หรือ "ความทรงจำในสายลม" ของ CGM48 รุ่นที่ 1 เล่าถึงการเดินทางไปเติบโตในที่อื่นหลังสิ้นสุดสัญญาของแต่ละคน แต่สำหรับ "Celebration" ทำเกือบจะเศร้า (ในสายตาของ PSK) คือเมื่อ 8 คน เดินจากไป ปล่อยให้อีก 5 คนที่เหลือนอนหลับใหลหลังจบปาร์ตี้ แทนที่จะโบกมือลา อวยพรให้โชคดีแล้วกลับมาใหม่ แต่ลักษณะแบบนี้แม้จะเป็นภาพที่บีบหัวใจและสร้างความรู้สึกเหงาอย่างจับใจ แต่มันก็สะท้อนถึงสัจธรรมของการจากลาที่มักจะเกิดขึ้นในวันที่ความสุขเพิ่งผ่านพ้นไป

ส่วนที่เหลือทำดีหมด ทั้งชุดปาร์ตี้ในสไตล์งานพรอมไนต์ หรือแม้แต่การจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งทำให้ "Celebration" ที่ "เคน Kenngades" เป็นผู้กำกับให้เหมือนเช่นเคยนั้น เป็น MV ที่ดูเหมือนจะเป็นแนวสนุกสนาน แต่ก็มี "ความทรงจำ" และ "ความเศร้า" ที่แอบแฝงด้วยรอยยิ้ม และต้องขอชื่นชมพีค ในฐานะสไตลิสต์ ที่ยังคงรังสรรค์ชุดใน MV นี้ เป็นผลงานสุดท้ายของการเป็นไอดอล ก่อนที่ทั้ง 8 คนจะจบการศึกษา ก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของแต่ละคน

จึงไม่น่าแปลกที่ "Celebration" เป็นเพลงที่มากกว่าเพลงแกรด และแฟนคลับควรที่จะ "โปรโมต" ให้มากกว่านี้ ท่ามกลางช่วงเวลาทองของรุ่น 3 ก่อนที่ทั้ง 8 คนจะจบการศึกษา

ปล. แอบนัยว่านอกจากงานกีฬาสี (War of Goddess) และคอนเสิร์ตใหญ่ ที่จะได้โชว์เพลงดังกล่าวแล้ว "Celebration" ควรที่จะออกสเตจทางทีวีอย่างน้อยสักหนึ่งรายการ ให้แฟนคลับได้ดูและชื่นชม ก็น่าจะดี

(หมายเหตุ: เอิร์น, เอิร์ธ, อีฟ, เกรซ, ข้าวฟ่าง, มีน, พีค และยาหยี คือสมาชิก 8 คนที่ประกาศจบการศึกษาเมื่อ 20 ธันวาคม 2568 และจะหมดสัญญาในวันที่ 6 มีนาคม 2569 ส่วนเฟม, ฮูพ, โมเน่ต์, แพนเค้ก และโยเกิร์ต จะยังคงอยู่กับวง BNK48 ต่อไปหลังการจบการศึกษาของทั้ง 8 คน)


ภาพ: iAM 

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569

"ชิป๊อป" ชวนแฟนคลับมาร่วมกิจกรรมวันเด็ก ก่อนลุยศึกกีฬาสีครั้งใหญ่

"ป๊อปเป้อ-พิณญาดา" ชวนร่วมสนุกต้อนรับวันเด็กกับ BNK48 และ CGM48 ที่เอ็มบีเค 10 และ 11 มกราคม อุ่นเครื่องก่อนกีฬาสีครั้งใหญ่ "War of Goddess" 15 กุมภาพันธ์ ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ เปิดจองบัตรชมการแข่งขัน 16 มกราคมนี้

 

บริษัท อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ iAM เตรียมจัดกิจกรรมกีฬาสีของสองวงไอดอล BNK48 และ CGM48 ในงาน "BNK48 & CGM48 Sports Day 2026: War of Goddess" ที่จะจัดขึ้น ณ ไอส์แลนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่สี่ เป็นการรวมไอดอลจากทั้งสองวง กว่า 60 ชีวิต มาแข่งกีฬาวัดความเป็นหนึ่ง ซึ่งปีนี้แบ่งเป็นสองทีม คือทีม "Athena" และทีม "Artemis" ได้มีการปล่อยภาพของสมาชิกในชุดธีมกีฬามาให้แฟน ๆ ได้ลุ้นว่า กีฬาสีครั้งนี้จะแข่งกีฬาชนิดใดบ้าง

แต่ก่อนที่จะดวลกันในกีฬาสีครั้งนี้ ค่าย iAM จึงจัดกิจกรรมต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ชวนแฟนคลับมาร่วมสนุกกับเหล่าไอดอลในงาน "Guardians of goddess" ที่ Avenue A ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ในวันที่ 10-11 มกราคม 2569 โดยสามารถซื้อบัตรร่วมสนุกได้ทางแอปพลิเคชัน iAM48 ในราคาใบละ 250 บาท ซึ่ง พิณญาดา จึงกาญจนา หรือ ป๊อปเป้อ ในฐานะผู้จัดการวง (ชิไฮนิน) ของ BNK48 ได้ให้รายละเอียดกิจกรรมดังกล่าวไว้ดังนี้

"ป๊อปเป้อ" ผู้จัดการวง BNK48

"ในงาน Guardians of goddess เราได้จำลองบรรยากาศให้ทุกคนได้เป็น Guardians ของเหล่า Goddess มาร่วมกันวัดพลังในกิจกรรมสนุก ๆ อาทิ ชู้สแป้นบาส, ค้อนทุบวัดพลัง, ชกมวยวัดพลัง, ทุบตัวตุ่น และ Eye fast เรียกได้ว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนจะไปเปิดศึกจริงกันในงานกีฬาสีค่ะ ความพิเศษของงานนี้คือ นอกจากแฟน ๆ จะได้ร่วมทำกิจกรรมกับน้อง ๆ เมมเบอร์แล้ว ผลคะแนนจากการเข้าร่วมกิจกรรมของแฟน ๆ ก็จะเป็นหนึ่งในการสะสมคะแนนรวมให้กับเหล่าเมมเบอร์ทั้งสองทีม ซึ่งจะถูกตัดสินผลแพ้-ชนะกันในงานกีฬาสี 'War of Goddess' ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 15 กุมพาพันธ์นี้ อีกด้วยค่ะ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ โชว์สุดพิเศษจากน้อง ๆ เมมเบอร์ทั้งสองวัน บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ค่ะ

"ขอเชิญชวนเหล่า Guardians ทุกท่านมารวมพลังเพื่อน้อง ๆ ในงาน ’Guardians of Goddess‘ ในวันที่ 10-11 มกราคมนี้ ที่ AVENUE A, G FLOOR @ MBK Center รักทีมไหน เชียร์ทีมไหน มาช่วยน้อง ๆ ทำคะแนนกันเยอะ ๆ นะคะ Your Goddess is calling."

และล่าสุดก็ได้มีการประกาศการขายบัตรสำหรับงานกีฬาสี "BNK48 & CGM48 Sports Day 2026: War of Goddess" แล้ว ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ในราคา 3,800 บาท (โซน Guardian จำนวนจำกัด) และ 1,800 บาท โดยแบ่งเป็นสามโซนคือ Athena, Artemis และ Olympian (เชียร์ทั้งสองทีม) เปิดจำหน่ายบัตรทางช่องทางออนไลน์ที่ Eventpop ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป โดยงานกีฬาสีครั้งนี้อนุญาตให้ถ่ายรูปและวิดีโอได้อีกด้วย สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมทั้งสองงานได้จากช่องทางโซเชียลของ BNK48 & CGM48 ทุกช่องทาง

รายชื่อสมาชิกในทีมการแข่งขัน
Athena : (Team BIII) Eve, Fame, Janry, Peak, Wawa, Yayee; (Team NV) Arlee, Berry, Kaofrang, L, Palmmy, Sindy; (BNK48 Trainee) Cartoon, Inkcha, Jew, Khaimook, Luksorn, Mail, Mayji, Mint, Mirin, Nammonn, Neen; (Team C) Kwan, Nana, Prae, Runma; (CGM48 Trainee) Else, Emma, Praifa, Satangpound
Artemis : (Team BIII) Earn, Hoop, Marine, Mean, Micha, Monet, Patt; (Team NV) Earth, Emmy, Grace, Pancake, Proud, Yoghurt; (BNK48 Trainee) Blythe, Galeya, Grape, Khowjow, Nall, Niya, Praew, Rose, Saonoi; (Team C) Jingjing, Lookked; (CGM48 Trainee) Ginna, Hongyok, Lingling, Nisha, Ploen, Shenae, Valentine

ภาพ: iAM

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไปต่อไม่ไหว "เทโร เรดิโอ" เตรียมยุติกิจการสิ้นปีนี้

วันนี้ (27 ธ.ค.) บริษัท เทโร เรดิโอ จำกัด ได้ประกาศยุติกิจการแล้ว โดยมีผลภายในสิ้นปี 2568 เท่านั้น หลังจากที่ได้ดำเนินกิจการวิทยุมากว่า 35 ปี (หากรวมยุค U&I Corporation แล้ว) เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป การยุติกิจการครั้งนี้ทำให้สถานีวิทยุทั้งสี่คลื่นคือ Eazy FM 102.5, Goodtime Radio, HITZ Thailand และ Tofu Pop Radio ต้องสิ้นสุดลงตามไปด้วย


โดยในวันสิ้นปี 2568 วิทยุทั้งสามคลื่นของเทโร เรดิโอ จะส่งท้ายด้วยการจัดอันดับ 100 เพลงที่ถูกขอมามากที่สุดในรอบปี 2568
1. "Eazy FM 102.5 Top 100 Countdown 2025" เริ่ม 12:00 น.
2. "Goodtime Music Request of the Year" เริ่ม 13:00 น.
3. "HITZ Thailand 100 Countdown" เริ่ม 13:00 น.

ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป PSK ทราบมาว่าจะมีผู้ที่จะมาออกอากาศแทนที่แล้ว อย่างคลื่น 88.5 ของ ส.ทร.วังนันทอุทยาน จะเป็นการกลับมาอีกครั้งของ Sweet FM ของบริษัท เจ.เอส. ไนน์ตี้วัน ที่เคยอยู่ที่คลื่น 89.5 ของวิทยุราชมงคลธัญบุรีมาก่อน ส่วน 102.5 ของกองทัพอากาศ จะเป็นช่วงเวลาของสถานีคลื่นเสียงอิสลามมาแทนที่ ซึ่งก็ยังออกอากาศทางคลื่น AM 837 และ 1251 ด้วยเช่นกัน

ภาพ: Tero Entertainment 

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568

สุขคูณสอง! BNK48-CGM48 ส่งเพลงพิเศษต้อนรับเดือนสิบสองกับ "จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม" อุ่นเครื่องก่อนกิจกรรมใหญ่ 19-21 ธ.ค.

 

จิงโจ้มาแล้ว "BNK48-CGM48" ส่ง "12-Gatsu no Kangaroo – จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม" ซิงเกิลพิเศษต้อนรับส่งท้ายปลายปีรับลมหนาว ระดมเจนใหม่ทั้งสิบสองชีวิต นำทัพโดยเซ็นเตอร์คู่ "บลายธ์-นิชา" พร้อมปล่อย PV ให้ได้ชมก่อนงานใหญ่ต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปี 19-21 ธันวาคมนี้

"12-Gatsu no Kangaroo" (จูนิกัตสึ โนะ แคงการู) หรือ "จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม" เป็นเพลงล่าสุดจากกลุ่มไอดอลสาว BNK48 และ CGM48 จากค่าย iAM ที่เพิ่งปล่อยไปแล้วเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (1 ธ.ค.) ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับการคัดเลือกจากการโหวตของสมาชิกทั้งสองวงในการเลือกเพลงฤดูหนาวหรือ Winter Song Project ที่ได้นำมาโชว์แสดงพร้อมกับอีก 3 เพลงในคอนเสิร์ต CHAPTER:NEXT เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ซึ่งเพลงดังกล่าวก็ได้สองรุ่นน้องจาก BNK48 รุ่น 6 "บลายธ์–ณัฏฐ์รัญศา ศิริลาภวิบูรณ์" และ CGM48 "นิชา–ณัฏฐณิชา สุภาพงษ์" ทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์คู่ (Double Center) ร่วมด้วยสมาชิก BNK48 คือ มารีน–กชพร พรโชคชัย, อาหลี–ชนากานต์ โอสถานุภาพ, เบอร์รี่–จิรภิญญา จันทวรรณกูร, แอล–สิริกร นิลกษาปน์, เมย์จิ–ศุภิสรา จิริวิภากร, น้ำมนต์–ณัฐมนต์ สองทิศ และ มิริน–รินณ์ลิสา บูรภากรณ์ ส่วน CGM48 ก็จะมี ลูกเกด–พิมพ์ลภัส สุวรรณน้อย, จีนน่า–มัญชุภา มูลกลาง และ หลิงหลิง–ศิรตรีทิพย์ พนาชนาภัทร์ รวม 12 เซ็มบัตสึในเพลงพิเศษนี้

 

สำหรับเพลง "จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม" ต้นฉบับมาจากเพลงหลักในซิงเกิลที่ 16 ของ SKE48 สื่อถึงเรื่องราวความรักของคู่รักคู่หนึ่งที่ยืนรอรถโดยสารประจำทางในเมืองช่วงฤดูหนาว โดยมีการแสดงความรักและดูแลกันอย่างเปิดเผย จนอาจทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอิจฉา เปรียบเทียบเสมือนการเป็น "จิงโจ้" ที่คอยปกป้องคนรักจากความหนาวเย็น โดยได้ตนุภพ โนทยานนท์ (แมน ละอองฟอง) ทำหน้าที่แปลเพลงเป็นฉบับภาษาไทยเหมือนเช่นเคย

ขณะที่ PV (Promotional Video) หรือ วีดิทัศน์โปรโมตสำหรับเพลงนี้ จัดอยู่ในรูปแบบเทศกาลคริสต์มาส ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและสดใส โดยได้ทีมงานจากซีนสกรีน และ "เคน kenngades" ทำหน้าที่รังสรรค์เหมือนเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่รับชม PV แล้วรู้สึกว่าเหมือนเป็น "มิวสิกวิดีโอ (MV)" มากกว่าจะเป็น PV ซะอีก

โดยซิงเกิลพิเศษนี้เป็นผลผลิตจากกิจกรรมเวิร์กช็อปในงานคอนเสิร์ต "BNK48 & CGM48 Concert CHAPTER: NEXT" ที่จัดไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกทั้งสองวงได้เรียนรู้ระบบการทำงานเบื้องหลังของทีมงาน โดยมีโจทย์คือการเลือกเพลงที่มีธีมเกี่ยวกับฤดูหนาว (Winter-Themed Song) สมาชิกทั้ง 12 คน มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การแปลเนื้อเพลง, การวางแผนการตลาด, การออกแบบสินค้า (Merchandise) และการคัดเลือกตำแหน่งเซ็นเตอร์เพลง ซึ่งสมาชิกทั้ง 12 คนได้ร่วมกันเลือกเองอีกด้วย

สามารถรับชม PV "จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม" ได้แล้วที่ YouTube BNK48 และหาฟังเพลงได้ในทุกสตรีมมิง แล้วมาพบกันกับการแสดงเพลงครั้งแรกของทั้ง 12 คน ในงาน "BNK48 & CGM48 Christmas Festival 2025: Kangaroo Village" ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค (การแสดงเริ่มเวลา 19:30 น. เป็นต้นไป กิจกรรมจะมีไปถึง 21 ธันวาคม)

ภาพ: iAM 

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ขอแมสได้ก่อ? CGM48 ส่งความสดใสกับซิงเกิลใหม่ล่าสุด "ได้ (ด้าย) ไหม" เพลงเจ-ป็อปผสมล้านนาร่วมสมัย ได้ "เพลิน-นิชา" ทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์คู่

 
CGM48 วงไอดอลจากจังหวัดเชียงใหม่ ในสังกัด iAM ได้ส่งเพลงใหม่ล่าสุดให้ได้ฟังกันแล้ว กับเพลงที่ชื่อ "ได้ (ด้าย) ไหม" เพลงหลักในซิงเกิลลำดับที่ 10 ที่มาพร้อมกับเพลงในสไตล์เจ-ป็อปผสมผสานกับดนตรีล้านนาเข้าไว้ด้วยกัน โดยมี เพลิน - ปณลี อักษรวนิช และ นิชา - ณัฏฐณิชา สุภาพงษ์ ที่ทั้งคู่เคยเป็นเซ็นเตอร์เพลงรุ่นมาแล้ว มาทำหน้าที่เป็นดับเบิลเซ็นเตอร์ (เซ็นเตอร์คู่) เป็นครั้งแรก พร้อมด้วยอีก 10 เซ็มบัตสึ คือ จิงจิง - อรัญญา แก้วมาลัย, ขวัญ - ธิดาทิพย์ จิระพันธุ์, ลูกเกด - พิมพ์ลภัส สุวรรณน้อย, นานา - เพ็ญพิชญา บุญเสนอ, เอมม่า - ศศิชา วงศ์วัฒนอนันต์, จีนน่า - มัญชุภา มูลกลาง, หลิงหลิง - ศิรตรีทิพย์ พนาชนาภัทร์, เอลฟ์ - อนัญญา กุศลครอง และ ชีเน่ - ปวริศา สิงห์เพ็ชร มาร่วมเสริมทัพอีกด้วย
 
นิชา และ เพลิน ตำแหน่งเซ็นเตอร์คู่ของ "ได้ (ด้าย) ไหม"

สำหรับ "ได้ (ด้าย) ไหม" เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาใหม่ (Original Song) ที่เป็นเพลงหลักในซิงเกิล (A-side) ลำดับที่ 3 ต่อจาก "มะลิ" และ "2565" โดยชื่อเพลง "ได้ (ด้าย) ไหม" เป็นการเล่นคำพ้องเสียงระหว่างคำว่า "ด้ายไหม" ซึ่งเป็นเส้นใยวัตถุดิบในการทำผ้าไหม รวมถึงงานประดิษฐ์และงานฝีมืออื่น ๆ กับคำว่า "ได้ไหม" ที่เป็นคำสำหรับใช้ในการร้องขอ เห็นชอบ หรือสอบถามความเป็นไปได้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบทของสิ่งนั้น ๆ) ซึ่งความหมายของชื่อเพลงระบุเป็นคำถามว่า "ทำได้ไหม?" โดยเพลงนี้เล่าถึงการเดินทางของ "ตัวไหม" ที่เริ่มมาจากเส้นใยเล็ก ๆ เติบโตและถักทอด้วยความพยายาม จนมาเป็นผ้าไหมที่งดงาม สะท้อนการทำสิ่งที่ดูยากให้เป็นจริงได้ และสื่อถึงเป้าหมายที่ดูจะเหมือนยากลำบากแต่ก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้เพราะความเชื่อและการลงมือทำ

ส่วนทำนองของเพลงนี้เน้นจังหวะแนวเจ-ป็อป บีตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (J-pop Beat Electronic) และเสียงสังเคราะห์ ผสมกับดนตรีล้านนา โดยได้นำส่วนหนึ่งของทำนองเพลง "ฟ้อนสาวไหม" เพลงพื้นบ้านเพลงหนึ่งของชาวเหนือ และการเรียบเรียงเครื่องดนตรีทั้งดนตรีพื้นเมืองและดนตรีสากล ที่ซับซ้อนและงดงาม รวมถึงเสียงร้องที่สอดประสานกัน และท่าเต้นที่มีจังหวะพร้อมเพรียงและแปลกใหม่ ที่เหมือนดูละเอียดและยากกว่าเพลงไหน ๆ ทำให้ "ได้ (ด้าย) ไหม" เป็นบทเพลงที่มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและก็งดงามได้อย่างลงตัว

นอกจากตัวเพลงแล้ว CGM48 ยังมีความตั้งใจที่จะเสนออีกมิติหนึ่งของวัฒนธรรมล้านนา ที่อยากจะสืบสานมรดกของภาคเหนือมิให้สูญหาย ดังจะเห็นได้จากมิวสิกวิดีโอที่มีการทอผ้าไหมตามชื่อเพลงแล้ว เสื้อผ้า ตลอดจนการฟ้อนก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นวัฒนธรรมที่ยังคงได้เห็น โดยมี ครูบัวเรียว รัตนมรีภรณฺ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน-ช่างฟ้อน) พุทธศักราช 2559 มาสอนฟ้อนรำให้กับสมาชิกในมิวสิกวิดีโอดังกล่าว

ซิงเกิลที่ 10 "ได้ (ด้าย) ไหม" มีมิวสิกวิดีโอให้ชมแล้วที่ยูทูบ CGM48 หรือสามารถหาฟังได้ในทุกช่องทางสตรีมมิง

 

ภาพ: iAM

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568

"BNK48" เตรียมพลิกโฉมสุดแซ่บ กับยูนิตพิเศษ "SYR3N" พร้อมซิงเกิล T-POP สุดฮอต "Hip Chain" ปล่อย MV 24 ต.ค. นี้

BNK48 เตรียมพลิกโฉมกับลุคสุดแซ่บ ส่งยูนิตพิเศษ "SYR3N" ยูนิตคามิ 7 จากสามสาว "แพนเค้ก-ฮูพ-ป๊อปเป้อ" พร้อมเพลง T-POP สุดฮอตในตอนนี้ "Hip Chain" พร้อมปล่อยเอ็มวีให้ชม 24 ตุลาคม 2 ทุ่มตรง

(จากซ้ายไปขวา) ป๊อปเป้อ-แพนเค้ก-ฮูพ

BNK48 กลุ่มศิลปินไอดอลหญิงในสังกัด iAM ได้ทยอยปล่อยภาพสุดปังชวนปั่นหัว (ใจ) เพื่อสปอยเพลงใหม่ในรูปแบบแนว T-POP โดยเป็นการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ของสมาชิกสู่สาวที่ดูโตและเซ็กซี่ขึ้น

โปรเจกต์พิเศษนี้มาในรูปแบบยูนิต "SYR3N" (ไซเรน) ซึ่งเป็นการรวมตัวของสมาชิกที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากแฟนคลับในงานเลือกตั้ง "BNK48 & CGM48 Senbatsu General Election 2025" จนติดอันดับที่เรียกว่า "คามิ 7" ได้แก่ แพนเค้ก-พิทยาภรณ์ เกียรติฐิตินันท์ จากทีมเอ็นไฟฟ์ (NV) ผู้ที่ได้อันดับ 1 ในงานเลือกตั้งครั้งนี้, ฮูพ-ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย จากทีมบีทรี (BIII) กัปตันวง และ ป๊อปเป้อ-พิณญาดา จึงกาญจนา ผู้จัดการวงคนปัจจุบัน ซึ่งพ่วงตำแหน่งสมาชิกวง QRRA อีกด้วย ซึ่งชื่อ "SYR3N" นี้แผลงมาจากคำว่า "SYREN" แต่เปลี่ยนตัว E เป็นเลข 3 เพื่อสื่อถึงสมาชิกสามคนที่มาจากรุ่นที่ 3 ของ BNK48

ซึ่งซิงเกิลพิเศษของ SYR3N ที่จะปล่อยต่อไปนี้คือเพลง "Hip Chain" (ฮิปเชน) เพลงแนวป็อปผสมฮิปฮอป และแดนซ์ ที่มาพร้อมจังหวะสนุกสนาน แต่แฝงด้วยเสน่ห์เย้ายวน มั่นใจ และเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ SYR3N เพลงนี้มีเนื้อหาและดนตรีที่ฟังง่าย เมโลดีติดหู สะท้อนตัวตนของสมาชิกทั้งสามคนอย่างชัดเจน บวกกับสไตล์การร้องที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเพลงนี้ได้ออกมาสู่สายตาประชาชนครั้งแรกในกิจกรรม "Oh my pumpkin! (BNK48 ver.) Busking & Random Dance Party" เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสบนโซเชียลทันทีที่ได้ยินบางส่วนของเพลงนี้ และได้แสดงเต็มเพลงเป็นครั้งแรกในงาน "Melody of Life 16" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับโชว์จากรุ่นที่ 6 ของ BNK48 อีกด้วย

ความพิเศษของเพลงนี้ยังได้ทีมงานมืออาชีพมาร่วมสร้างสรรค์ โดยมี "Ecoondatrack" ที่เคยฝากผลงานการโปรดิวซ์เพลงของศิลปินมาหลายคนด้วยกัน มาทำหน้าที่โปรดิวซ์เพลงนี้ และได้ "กอล์ฟ F.HERO" เป็น Executive Producer


สำหรับชื่อเพลง "Hip Chain" สื่อถึงสัญลักษณ์ของ โซ่ที่สะโพก (Hip chain) ซึ่งเป็นตัวแทนของแรงดึงดูดและเสน่ห์ที่สามารถผูกมัดหัวใจของใครบางคนไว้ได้อย่างไม่อาจละสายตา แม้จะเป็นการหยอกล้อหรือท้าทาย แต่ก็เต็มไปด้วยพลังความมั่นใจที่พร้อมทำให้ผู้ฟังต้อง "insane" ไปกับเสน่ห์ของพวกเธอ

แฟน ๆ สามารถติดตามฟังเพลง "Hip Chain" ได้แล้ววันนี้ในทุกสตรีมมิง และเตรียมรับชมมิวสิกวิดีโอพร้อมกันในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 20:00 น. ทาง YouTube ช่อง BNK48



ภาพ: iAM 

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568

BNK48 ส่งรุ่น 6 เดบิวต์ด้วยเพลง "จะยังไงก็รักเธอ" โดย "ลูกศร" ทำหน้าที่เซ็นเตอร์

"BNK48" ส่งความสดใสผ่าน 11 คลื่นลูกใหม่ BNK48 6th Generation กับเพลงเดบิวต์ "Doushite mo Kimi ga Suki da - จะยังไงก็รักเธอ" ได้ "ลูกศร" พี่ใหญ่สุดของรุ่นทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์


BNK48 กลุ่มศิลปินไอดอลในสังกัด iAM (ไอแอม) ยังคงเดินหน้าปล่อยผลงานให้แฟน ๆ อย่างไม่หยุดพัก และล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงาน "BNK48 6th Generation Debut Stage" ที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ โดยมีเหล่าแฟนคลับมาให้กำลังใจเด็กรุ่นใหม่อย่างคับคั่ง

ซึ่งแน่นอนว่าเพลงรุ่นของรุ่นที่ 6 ก็นำมาแสดงให้ชมเป็นครั้งแรกในงานนี้ด้วย นั่นคือเพลง "Doushite mo Kimi ga Suki da" หรือชื่อไทยคือ "จะยังไงก็รักเธอ" ที่นำมาจากซิงเกิลที่ 61 ของ AKB48 ทั้งนี้ สมาชิกรุ่นที่ 6 มีด้วยกัน 11 คน ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองตั้งแต่ออดิชันเลยทีเดียว นำทัพโดยเซ็นเตอร์ ลูกศร - ทัศน์ลักษณ์ แก้วบัวรบัติ ร่วมด้วย บลายธ์ - ณัฏฐ์รัญศา ศิริลาภวิบูรณ์, การ์ตูน - ณัฎฐธิดา ณ อัมภัย, เกรพ - เอมิกา ยอดแสง, อิ้งค์ชา - ชลิตา กิตติคุณ, ข้าวจ้าว - ชัญญานุช โผกรุด, เมล - สิดาพร หลินถาวรดี, มิ้นท์ - ณัฐมณ วรพิทยุต, มิริน - รินณ์ลิสา บูรภากรณ์, แพรว - แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล และ โรส - ปาณิสรา บูรณาภา


สำหรับเพลง "จะยังไงก็รักเธอ" สื่อถึงความรู้สึกชอบใครสักคนและอยากส่งความในใจไปให้ถึงแม้มีอุปสรรคก็ตาม เป็นเพลงเดบิวต์ของ BNK48 รุ่นที่ 6 ที่แตกต่างจากเพลงเดบิวต์รุ่นที่ผ่านมา โดยไม่เน้นเรื่องความพยายามสู่ฝันโดยตรง แต่เล่าถึงความรักในสิ่งที่ทำ ความมุ่งมั่นเป็นไอดอล และหวังให้ทุกคนรับรู้ถึงความพยายามที่ทำด้วยความรักที่มี ซึ่งในมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ยังได้ แพนเค้ก และ ฮูพ รุ่นพี่จากรุ่นที่ 3 มาร่วมแสดงด้วย

รับชมมิวสิกวิดีโอเพลง "Doushite mo Kimi ga Suki da" หรือ "จะยังไงก็รักเธอ" เพลงรองจากซิงเกิลที่ 20 "Masaka no Confession" ได้ที่ YouTube : BNK48 หรือหาฟังได้ในสตรีมมิงทุกช่องทาง


ภาพ: iAM